“Leaving No One Behind ด้วยกองทุนยุติธรรม”

เป้าหมายที่ 16

ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรม และสร้างสถาบันที่มีประสิทธิผล รับผิดชอบ และครอบคลุมในทุกระดับ

“…ความยากจนเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงความยุติธรรม เพราะกระบวนการดำเนินคดีมีค่าใช้จ่ายสูง” ด้วยการตระหนักรู้ความเหลื่อมล้ำทางสังคมข้างต้น ประเทศไทยนำโดยกระทรวงยุติธรรมจึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น ผ่านการดำเนินการเชิงรุกในสองรูปแบบคือ (1) การส่งเสริมความรู้แก่สังคมให้เข้าใจถึงหลักนิติธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน และ (2) การลดช่องว่างในการเข้าถึงความยุติธรรม ผ่านการให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับผู้ได้รับความเดือดร้อนในการดำเนินการของกระบวนการดำเนินคดีต่าง ๆ โดยภารกิจข้างต้นเป็นสิ่งที่ประเทศไทยให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งและตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงความยุติธรรมอย่างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในปี 2549 กระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินการจัดตั้ง “กองทุนยุติธรรม” ขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างหลักประกันในการช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม รวมทั้งเน้นการดำเนินการที่เชื่อมโยงแนวคิดตามหลักสากลสู่การปฏิบัติในระดับประเทศ การจัดตั้ง “กองทุนยุติธรรม” นั้นได้รับการยกระดับทางกฎหมายขึ้นด้วยการตราพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 ขึ้นมารองรับการดำเนินงานของกองทุนฯ ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลบังคับใช้วันที่ 24 เมษายน 2559 ในภาพรวมการดำเนินการในปัจจุบัน พบว่า การมีอยู่ของกองทุนยุติธรรมได้ช่วยให้ประชาชนที่เดือดร้อนสามารถเข้าถึงกระบวนการทางกฎหมายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างปี 2560-2563 มีการให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดีและช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนไปแล้วจำนวนรวมกว่า 23,733 ราย

นอกจากนี้ บทบาทที่สำคัญยิ่งอีกส่วนหนึ่งของกองทุนยุติธรรมคือการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยมุ่งเป้าหมายในการสร้างความตระหนักรู้ถึงสิทธิและข้อกฎหมายต่าง ๆ แก่กลุ่มประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมให้สามารถเข้าถึงความยุติธรรมตามกฎหมาย ระทรวงยุติธรรมได้พัฒนาระบบการให้บริการที่ทันสมัยโดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการให้บริการและการเผยแพร่องค์ความรู้ อาทิ เช่น การพัฒนา Mobile Application ในชื่อ Justice Care ยุติธรรมใส่ใจ เพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาความร่วมมือกับภาคีต่าง ๆ ในการส่งเสริมการเผลแพร่องค์ความรู้ทางกฎหมายและหลักนิติธรรมต่าง ๆ แก่ สังคม อาทิ ความร่วมมือกับสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน)ในการพัฒนาหลักสูตรการส่งเสริมหลักนิติธรรมและการพัฒนาสังคม เป็นต้น
*******************************************